ย้อนหลัง สัมภาษณ์ไทยพัฒน์
ห่างหายจากการอัพบล็อคไป 2 ชาติเศษ
เนื่องจากติดธุระมากมาย
มากจนแทบจะลำดับเหตุการณ์ไม่ถูก ว่าอันไหนเกิดก่อน-หลัง
วันนี้เอาเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดก่อนอย่างอื่นมาเล่าละกัน
ย้อนหลังกลับไปนานมาก...
10 มกราคม 2552
วันสัมภาษณ์ทุนไทยพัฒน์
อาจจะต้องเท้าความไปถึงเรื่องที่เราไปสัมภาษณ์ มวล.
1 วัน ก่อนสัมภาษณ์ แม่โทรมาบอกว่าเรามีรายชื่อติดในผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ทุนไทยพัฒน์ และทุนกระทรวงวิทย์ฯ
พอได้ยินแล้วรู้สึกงง มากกว่าตื่นเต้น ดีใจ หรืออะไรอย่างอื่น
ตอนสมัครสอบ เค้าให้เลือกทุนได้ 2 อันดับ
เราไม่คิดว่ามันจะติดทั้ง 2 อันดับพร้อมกันได้ด้วย
เอาเป็นว่าสุดท้ายเราก็ตัดสินใจไปสัมภาษณ์ทั้งสองทุน เพราะสัมภาษณ์กันคนละวัน
9 มกราคม เราเดินทางไปถึงนนทบุรี ไปพักที่บ้านลุง
วันนั้นเราก็ไปดูสถานที่สัมภาษณ์ (สำนักงาน ก.พ. นนทบุรี)
แล้วก็ไปเดอะมอลล์งามวงศ์วาน แล้วก็ไปเยี่ยมญาติ
คืนนั้นเอง.. เราเพิ่งโทรถามเพื่อนว่าที่ญี่ปุ่นมีมหาลัยไหนดังมั่ง หุหุ
จะมาสัมภาษณ์นี่ ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเล้ย....
เค้าบอกมาว่ามหาลัยโตเกียวสิ... โตไดๆๆๆ
10 มกราคม เช้าวันสัมภาษณ์
ก่อนออกจากบ้านลุง เพื่อนที่กรุงเทพ(E-M)โทรมาบอกว่าตอนนี้อยู่ที่สำนักงาน ก.พ. แล้ว ???
อึ้งสิ... มันตื่นกี่โมงเนี่ย... ขนาดเราอยู่นนท์ เรายังไม่ได้ออกจากบ้านเล้ย
ไปถึงที่นั่นเราก็ไปเจอกันหน้าตึก กินข้าวต้มตรงร้านแถวนั้น แล้วก็ไปนั่งรอหน้าห้องประชุม
พอถึงเวลา ประมาณ 8 โมง นิดๆ เค้าก็เรียกเข้าห้องประชุม ให้ไปนั่งตามโต๊ะที่มีป้ายแปะไว้แล้ว
เราแค่ไปนั่งให้ตรงกับเลขหน่วยทุนของตัวเองเป็นพอ
เราได้นั่งข้างๆเด็กจันทบุรี เค้ามาทุนภาคกลาง(ประกาศรายชื่อมาสัมภาษณ์คนเดียว)
ส่วนทุนเรา(ภาคใต้) ประกาศรายชื่อ 3 คน แต่มาแค่ 2 (อีกคนนึงเค้านั่งอยู่หลังเราเอง)
คุยกับเด็กจันทบุรี ได้ความว่าชื่อบัว ส่วนคนที่มาทุนเดียวกับเราชื่อพลอย เรียนอยู่สงขลา
ที่เหลือก็มีนักเรียนทั่วประเทศ ที่สู้อุตส่าห์ฝ่าฟันด่านข้อเขียน เข้ามานั่งรวมกันให้ห้องประชุมนี้ได้
เริ่มแรก เค้าก็ให้ทำแบบทดสอบสักอย่างนึง ที่เราเคยทำตอนคาบแนะแนวในโรงเรียน
ทำเสร็จก็ให้นับคะแนน บวกเลข(โดยใช้เครื่องคิดเลขอลังการ มากดบวกคะแนนไม่กี่ตัว)
แล้วก็พ็อตกราฟคะแนน ส่ง
จากนั้นก็ให้บทความภาษาอังกฤษมา (ก็อปมาจากเว็บวิกิเลย) แล้วก็ให้เขียนเรียงความภาษาอังกฤษเกี่ยวกับบทความนั้นแล...
ให้เวลา 20 นาที .... เรานึกศัพท์ไม่ทันหรอก... เขียนอย่างมั่วเลย
แกรมมาอย่าไปสน... เราผิดตลอดอยู่แล้ว หุหุ
เขียนเสร็จ หมดเวลา ส่ง
ระหว่างนั้นก็ให้นั่งคุยกะเพื่อนข้างๆไปเรื่อยๆ
พอได้เวลา เค้าก็ประกาศให้แต่ละคน แยกไปสัมภาษณ์ตามห้องเล็ก
ทุนเดียวกันก็ไปห้องเดียวกัน
ตามปกติ แต่ละทุนจะประกาศให้มาสัมภาษณ์ 5 คน (เอาคนเดียว)
แต่ทุนเราประกาศให้มา 3 (มาจริงๆแค่ 2)
ก็เลยไปรวมกับบัว ที่มาคนเดียว (ตอนนั้นเราคิดว่า ยังไงซะ บัวก็ติดแน่ๆ)
พอเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ ก็มีอาจารย์ 3 ท่าน
ทางซ้ายดูออกเลยว่าเป็นนักจิตวิทยา
ตรงกลางน่าจะเป็นอาจารย์คณะวิทย์จุฬา
ทางขวาเป็นอาจารย์ที่จะพูดภาษาอังกฤษ
(อึ้ง ไม่คิดว่าต้องสัมภาษณ์อังกฤษด้วย)
ก่อนอื่นเค้าจะให้เรา discuss กลุ่ม เกี่ยวกับเรียงความที่เพิ่งเขียนไปเมื่อกี๊
ตายละหว่า ... อ่านบทความก็แปลไม่ถูก เขียนก็มั่ว จะให้พูดยังไงล่ะ
ข่าวดีคือ ให้พูดเป็นภาษาไทย นั่งคุย นั่งเถียง นั่งแถกันเองแค่ 3 คน กรรมการจะนั่งฟังอย่างเดียว
ห้องอื่นเค้าไปกัน 5 คน ห้องเรามีแค่ 3 ... ให้เวลาครึ่งชั่วโมง
ถ้ามา 5 คน คงจะแย่งกันพูดน่าดู
แต่มา 3 คน นี่ ต้องช่วยกันพยุง ประคับประคองให้มันครบครึ่งชั่วโมงให้ได้
ดูท่าทีไม่มีใครประสงค์จะแย่งคนอื่นพูดเท่าใดนัก
ระหว่างนั้นได้แต่ภาวนาให้เพื่อนพูดนานๆ จะได้ถ่วงเวลาไว้
จนแล้วจนรอดก็ครบ 30 นาทีจนได้
หมดเวลา ก็ออกมานั่งหน้าห้อง
ต่อไปก็เป็นคิวสัมภาษณ์ทีละคน คนละ 25-30 นาที
เราเข้าห้องสัมภาษณ์คนแรกเลย
ดีที่ไม่ต้องแนะนำตัวอะไรมาก ก็แค่บอกชื่อ โรงเรียน
อาจารย์คนกลางถามว่าโรงเรียนเรามาสัมภาษณ์เยอะมั๊ย อะไรทำนองนี้
จากนั้นก็เป็นการเปิดฉากภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องตั้งตัว
ต่อไปนี้จะใช้สรรพนามแทนกรรมการสัมภาษณ์ว่า
นักจิตวิทยา อาจารย์กลาง และอาจารย์ขวา
(คำพูดต่อไปนี้อาจไม่เป๊ะแต่พอมีเค้าลาง ใน [] คือความคิดเรา ณ ขณะนั้น)
อาจารย์ขวา : What do you know about this scholarship?
JHP : I know that this scholarship's name is ไทยพัฒน์. It means develope Thailand.
This scholarship was given to student for studying abroad and come back to use their knowledge for developing Thailand.
จะเห็นได้ว่าแกรมมามั่วอย่างไร้ที่ติ
อาจารย์ขวา : What country and what university will you choose for studying?
JHP : Maybe Japan ... and for the university maybe Todai.
การสัมภาษณ์ดำเนินต่อไป...
โดยที่เราพยายามจะไม่หันไปสบสายตากับอาจารย์ขวา เพื่อหลีกเลี่ยงการพูดภาษาอังกฤษที่แสนเน่าของเรา
มีหลายประเด็นที่เรามั่นใจว่ามันจะทำให้เราไม่ผ่านการสัมภาษณ์แน่ๆ เป็นต้นว่า
***ถ่ายฝากตัวอ่อน***
อาจารย์กลาง : คุณจะไปเรียนสาขาอะไร
JHP : ไบโอเทคโนโลยีครับ
อาจารย์กลาง : เกี่ยวกับอะไร
[นาทีนั้นนึกถึงบทเรียนชีวะ... เทคโนโลยีชีวภาพ คือ การใช้ความรู้ทางด้านชีววิทยาในการปรับปรุงสิ่งมีชีวิตให้มีลักษณะตามต้องการ เช่น การหมัก การถ่ายฝากตัวอ่อน... ความคิดหยุดลงเพียงเท่านี้]
JHP : ถ่ายฝากตัวอ่อนครับ !!
[ตายละหว่า...พูดไปได้ไงฟะ]
หัวข้อนี้จบลงตรงที่ เค้าอยากได้คนไปเรียนไบโอเทค เพื่อให้กลับมาปรับปรุงพันธุ์พืช/สัตว์ เช่นปรับปรุงพันธุ์ข้าวไทย
***อาจารย์มหาลัย***
อาจารย์กลาง : จบกลับมาแล้วคุณคิดจะมาทำงานอะไร
[นี่แหละ สงสัยอยู่ ก็ทุนนี้มันไม่ได้ระบุหน่วยงานนี่หว่า]
JHP : ผมอยากเป็นอาจารย์ครับ
อาจารย์กลาง(คุยกับพี่เจ้าหน้าที่ ก.พ.) : เอ๊ะ ทุนนี้เค้าให้กลับมาเป็นอาจารย์รึเปล่า
เจ้าหน้าที่(ส่ายหัว) : รู้สึกจะให้มาทำงานวิจัยนะคะ
แล้วมันก็จบลงตรงที่ความจริงแล้วทุนนี้ให้แค่ ป.โท เพราะถ้าให้ ป.เอก คนจบกลับมาจะลงมหาลัยกันหมด ไม่ยอมมาทำพวกงานวิจัย
***ดาราศาสตร์***
อาจารย์กลาง : ถ้าไม่ได้ทุนนี้แล้วคุณจะทำยังไงต่อ
JHP : อ๋อ เดี๋ยวอาทิตย์หน้ามาสัมภาษณ์ทุนกระทรวงวิทย์ครับ
อาจารย์กลาง : สาขาอะไร
JHP : ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ครับ
นักจิตวิทยา : แล้วอยากได้ทุนไหนมากกว่า...
JHP : ตอบด้วยความสัตย์จริงนะครับ
นักจิตวิทยา : ทุนนี้ใช่มั๊ย ?
JHP : อยากได้ดาราศาสตร์มากกว่าครับ
อึ้งกันไปเล็กน้อย
(เราก็อึ้งกับคำตอบตัวเอง)
มีอีกเยอะแยะ แต่จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ เพราะมันก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว
สรุปคร่าวๆ ทุนไทยพัฒน์เป็นทุนที่แบ่งเขตเป็นภาค... เราอยู่ภาคใต้ก็แข่งกับเด็กใต้เหมือนกัน
ทุนเราให้ไปศึกษาสาขา ICT Biotec Nanotec ...เลือกเอาซักอัน
ระดับ ป.ตรี-โท (กลับมาทำงานใช้ทุน 2 เท่า)
ที่ประเทศฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น หรือประเทศอื่นๆในเอเชีย ยกเว้น จีนกับอินเดีย
ประกาศให้ไปสัมภาษณ์ 3 คน คือเรา มด(เพื่อนห้องข้างๆ) และพลอย
มดไม่ไป ก็เหลือเรากับพลอย
หลังสัมภาษณ์เสร็จ ออกมานอกห้อง... ห้ามพูดคุยกับเพื่อนที่รอสัมภาษณ์
ทำได้แค่ยิ้ม โบกไม้โบกมือ แล้วเดินจากไปให้เร็วที่สุด
เช้าวันนั้น.... อากาศเย็นมาก.. น่าจะเย็นที่สุดในรอบปีแล้วมั้ง...
วันเสาร์ถัดมา(17 มกราคม)เราไปสัมภาษณ์ทุนกระทรวงวิทย์... คราวนี้สัมภาษณ์ที่ ม.เกษตร
ไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกที
แต่ผลสุดท้ายคือ เราติดทุนไทยพัฒน์อ่ะนะ ช่วงนี้ก็กำลังวุ่นๆกับภารกิจมากมาย
ทำสัญญา ทำพาสปอร์ต ตรวจร่างกาย และอื่นๆอีกมากมาย
ปล. เราจะมีชีวิตรอดบนเกาะญี่ปุ่นมั๊ย? ไม่ค่อยชอบความเย็นชาซะด้วยสิ


